|
ที่มาของกาแฟ กาแฟแคปซูลคืออะไร? 10 รูปแบบการชงกาแฟ กาแฟแคปซูลชงได้กี่แบบ?
“กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ได้จาก ส่วนของเมล็ด
ของต้นกาแฟ”เรามักเรียกว่าเมล็ดกาแฟคั่ว
โดยเฉลี่ยโลกนี้มีการปลูกกาแฟมากกว่า 70
ประเทศทั่วโลก แต่กาแฟที่ได้ความนิยมในการค้าขายในตลาดโลกก็คือ กาแฟเขียว
(กาแฟซึ่งยังไม่ผ่านการคั่ว)
ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าทางการเกษตรซึ่งมีการซื้อขายกันมากที่สุดในโลก
กาแฟมีส่วนประกอบของ คาเฟอีน หลังดื่มจึงมีความรุ้สึกกระปี้กระเป่า
ปัจจุบันกาแฟเป็นเครื่องดื่มซึ่งได้รับความนิยม มากที่สุดในโลก
กาแฟมีหลายสายพันธ์ โดยสายพันธุ์ที่มีการ
ปลูกโดยทั่วไปมากที่สุด ได้แก่“อาราบิก้า” ที่ได้มา จากต้น Coffea arabica และกาแฟ “โรบัสต้า” ที่
ได้จากต้น Coffea canephora ซึ่งจะมีรสเข้มกว่า
สายพันธุ์ดังกล่าวได้รับความนิยมเพราะ รสชาติดี และความทนทานต่อราสนิมใบกาแฟ (Hemileia vastatrix) ปัจจุบัน กาแฟเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของโลก
โดย ในปี คศ 2004
กาแฟนั้นได้เป็นสินค้าการเกษตรส่งออก ที่ทำรายได้เป็นอันดับหนึ่งใน จำนวน 12 ประเทศและเป็นพืชที่มีการส่งออกอย่างถูกต้อง
ตามกฎหมายซึ่งมีมูลค่าสูงที่สุด เป็นอันดับ 7 ของโลก ในปี
คศ. 2005  | | ลำดับของการผลิตกาแฟ |
ในยุค New Normal ทำให้ไลฟ์สไตล์ของนักดื่มกาแฟเริ่มหันมาสนใจ
“กาแฟแคปซูล” ที่สามารถชงเองได้ที่บ้านหรือที่ทำงานกันมากขึ้น
เพราะว่า“กาแฟแคปซูล” คือนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เพียงสะดวกและคล่องตัวในการใช้งาน
แต่สามารถย่นย่อระยะเวลาการชงกาแฟให้เหลือเพียงไม่กี่นาที ก็ได้กาแฟสดระดับพรีเมียม ที่กักเก็บกลิ่นและรสชาติของกาแฟอาราบิกาที่หอมและรสชาติเข้มเหมือนมีบาริสต้าส่วนตัวมาชงให้ถึงที่บ้าน ด้วยขั้นตอนการชงกาแฟที่ไม่ยุ่งยาก
แค่นำแคปซูลมาใส่ลงช่องในเครื่องชงที่เป็นเครื่องเฉพาะสำหรับ “กาแฟแคปซูล” แล้วกดเลือกรูปแบบกาแฟที่เราต้องการ
ซึ่งแต่ละยี่ห้อ แต่ละเครื่อง แต่ละรุ่น จะมีรูปแบบให้เลือกที่แตกต่างกันออกไป
ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาทีหรือน้อยกว่านั้นก็ได้กาแฟถ้วยโปรดแล้ว
กาแฟแคปซูลคืออะไร?
กาแฟแบบแคปซูลเป็นกาแฟแท้คั่วบดที่บรรจุอยู่ในแพ็กเกจรูปแบบแคปซูลสำหรับใช้กับเครื่องชงกาแฟ
และใช้ได้ครั้งเดียวตัวฝาซีลปิดสนิทด้วยฟอยล์อย่างดี
เพื่อกักเก็บรสชาติและความหอมของกาแฟสดเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
ด้วยความนิยมของกาแฟแบบแคปซูลในปัจจุบันทำให้มีผู้ผลิตกาแฟหลายแบรนด์ ได้นำกาแฟอาราบิกาสายพันธุ์ต่าง ๆ จากทั่วโลก
รวมถึงกาแฟพรีเมียมของไทยมาทำเป็นกาแฟในรูปแบบแคปซูล ทั้งใน Single Origin หรือเบลนด์ให้เกิดรสสัมผัสใหม่ ๆ
เพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับคอกาแฟในยุคนี้
หลายคนอาจจะติดกับรสชาติและกลิ่นของกาแฟสด และไม่กล้าที่จะลอง“กาแฟแคปซูล” เพราะกลัวจะผิดหวัง
ลองมาดูจุดเด่นของ“กาแฟแคปซูล” กันดีกว่า ไม่แน่นะว่าอาจทำให้คุณอาจจะติดใจก็ได้
 | | กาแฟแคปซูล |
1. ชงง่าย สะดวก รวดเร็ว
เมื่อนึกถึงเครื่องชงกาแฟ
หลายคนคงคิดว่าต้องใช้เวลาชงกาแฟนานแน่ ๆ
แต่เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้น้ำเดือดเร็วกว่าเดิม
โดยใช้เวลารอน้ำร้อนไม่เกิน 30 วินาที
จากนั้นก็แค่นำแคปซูลกาแฟและนมสำเร็จรูปใส่เข้าไปในเครื่องตามลำดับ กดปุ่ม
แล้วกาแฟแสนอร่อยก็จะไหลลงมาในแก้ว พร้อมฟองกาแฟสีทองน่าจิบ ใช้เวลารวมไม่เกิน 3 นาที 2. มีหลากหลายรสชาติให้เลือก
ด้วยความนิยมของ “กาแฟแคปซูล” ในปัจจุบันมีมากขึ้น หลาย ๆ
แบรนด์ได้พัฒนาและปรับปรุงรสชาติของกาแฟให้มีความหลากหลายเพื่อตอบรับกับรสนิยมการดื่มกาแฟของคนในปัจจุบัน
มีการสกัดจากเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงทั้งอาราบิก้าและโรบัสต้า ในรูปแบบกาแฟดำ
กาแฟใส่นม แบบร้อนและเย็น รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ
อย่างเช่นชาเขียวหรือช็อกโกแลตรองรับคนที่ไม่ดื่มกาแฟอีกด้วย 3. ชงเองได้ไม่ง้อบาริสต้า
หลายคนกังวลว่ารสชาติของ “กาแฟแคปซูล” ที่ได้อาจจะไม่ตอบโจทย์เหมือนเวลาได้ทานกาแฟสด
โดยมีบาริสต้ามืออาชีพทำให้ คุณไม่ต้องกังวลกับปัญหานี้อีกต่อไป
แม้ว่าคุณจะไม่เคยชงกาแฟเองเลยในชีวิต หรือไม่เคยไปเรียนชงกาแฟมาจากที่ไหน
แค่คุณมี “กาแฟแคปซูล” พร้อมเครื่องชง
เพียงกดตามขั้นตอน ก็ได้อร่อยกับรสชาติกาแฟที่คุณคุ้นเคยแน่นอน ยิ่งเครื่องชง “กาแฟแคปซูล” บางรุ่นสามาถทำเป็นลาเต้อาร์ตได้ง่าย
ๆ ยิ่งทำให้คุณได้สนุกไปกับการดื่มกาแฟมากขึ้น
4. ทันสมัย
เพราะกาแฟแคปซูลจะมาพร้อมกับเครื่องชง
“กาแฟแคปซูล” ที่มีการออกแบบให้มีดีไซน์ทันสมัย
ขนาดก็เล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา สามารถนำไปวางในพื้นที่เล็ก ๆ อย่างห้องครัว
ออฟฟิศ หรือวางบนโต๊ะทำงานก็ยังได้ มีระบบการทำงานอัตโนมัติ
ที่ช่วยให้คุณได้มีเวลาดื่มด่ำกับกาแฟแก้วโปรดได้มากขึ้น แถมยังชงให้เพื่อน ๆ
แบบไม่ขายขี้หน้าอีกด้วย 5. หาซื้อง่าย
หลายคนก็ยังแอบกังวลอยู่นิด ๆ ว่า
ถ้าตัดสินใจซื้อเครื่องกาแฟแบบแคปซูลไว้ที่บ้าน แล้วจะหาซื้อ “กาแฟแคปซูล” ยากหรือเปล่า
จะบอกเลยว่าอย่าเป็นกังวลไป เพราะสมัยนี้มีผู้ผลิตและจัดจำหน่าย“กาแฟแคปซูล” ออกจำหน่ายเป็นจำนวนมาก
สามารถหาซื้อได้จากห้างสรรพสินค้า สั่งซื้ออนไลน์ก็มีการจัดส่งให้ถึงบ้าน
แถมบางเจ้ามีโปรโมชั่นดีๆให้คุณได้เลือกซื้อไว้ติดบ้านแบบไม่ขาดมืออย่างแน่นอน
10 รูปแบบการชงกาแฟ กาแฟแคปซูลชงได้กี่แบบ?
กาแฟแคปซูลที่เป็นแบบถ้วยเล็ก ๆ
ที่ขายตามท้องตลาด มีหลากรูปแบบรสชาติหลากสไตล์สำหรับคอกาแฟตัวยง
แต่ก็ขึ้นอยู่กับเครื่องแต่ละรุ่นด้วยนะว่าสามารถชงได้กี่แบบ ซึ่งหลัก ๆ
แล้วก็จะมีรูปแบบการชงตามปริมาณน้ำ
ได้หลากหลายแบบ ดังนี้
1. Ristretto
Ristretto คือ กาแฟ Espresso ครึ่งshot (คำว่า ristretto มาจาก narrow คือ การทำให้ แคบ หรือน้อยลงนั่นเอง)
โดยปริมาณผงกาแฟที่ใช้อัดลงไปนั้นจะใช้ปริมาณเท่ากับการสกัด Espresso ตามปกติ (ประมาณ 7 กรัม) เพียงแต่ปริมาณน้ำจะน้อยกว่า ตัว Ristretto นั้นจะสกัดออกมาเพียง 15-25 ml เท่านั้น  | | RISTRETTO |
2. Espresso
ในกาแฟทุกชนิดที่เราคุ้นเคยกัน
จะมีเบสเป็นน้ำกาแฟรสเข้มหรือที่เราเรียกกันคุ้นหูว่า "Espresso" อันเกิดจากการกดน้ำอุณหภูมิ 92-94 ºc ให้ไหลผ่านกาแฟจนได้ปริมาณประมาณ 30-50 ml. แล้วจึงนำไปใช้เป็นเบส
ผสมกับส่วนผสมหลายชนิดจนแตกย่อยเป็นประเภทกาแฟอื่น ๆ อีกหลากหลาย
 | | ESPRESSO |
3. Lungo
Lungo เป็นตัวที่เข้มข้นน้อยลงมาจาก Ristretto และ Espresso กล่าวคือ
หากปริมาณกาแฟเทียบเท่ากับของ Espresso
แล้วนั้น Lungo จะมีปริมาณน้ำผสมอยู่มากกว่า
มักมีปริมาณต่อแก้วประมาณ 50-90ml.  | | LUNGO |
4. Americano
/ Long Black
หากไล่ระดับความเข้มข้นของกาแฟที่ต่อจาก
Lungo ลงมา ก็จะเป็น Americano หรือ Long Black ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละยี่ห้อก็จะมีอัตราส่วนน้ำและกาแฟของ
Americano และ Long Black ที่ต่างกัน แต่หากมองรวม ๆ แล้ว Americano หรือ Long Black เกิดจากเอสเพรสโซผสมกับน้ำเปล่านั่นเอง
 | | AMERICANO/LONGBLACK |
5. Latte
/ Flat White / Piccolo
กาแฟที่ใส่นมจะมีหลากหลายชื่อ
แบ่งลำดับตามปริมาณของนมในกาแฟ
แต่มักมีประมาณเอสเพรสโซที่ใช้เป็นเบสเท่ากันทุกแก้ว) 👉 Piccolo
Piccolo เป็นภาษาอิตาเลียนแปลว่า เล็ก หรือ
Mini ซึ่งเป็นชื่อของกาแฟที่มีส่วนผสม จากเอสเพรสโซและนมในปริมาณเล็กน้อย
(ใช้นมน้อยที่สุดในบรรดากาแฟใส่นมทุก ชนิดในร้าน) มักมีปริมาณประมาณ 90-120 ml.  | | PICCOLO |
👉Flat
White
เป็นกาแฟใส่นมที่มีปริมาณนมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ
Piccolo และไม่มีฟองนม ปริมาณทั้งหมดประมาณ
120 - 180 ml. ต่อแก้ว
 | | Flat White |
👉Latte เป็นกาแฟใส่นมที่มีใส่นมเยอะที่สุดในบรรดากาแฟทุกประเภท ปริมาณต่อแก้วประมาณ 200 ml. หรือมากกว่า
 | | LATTE |
👉Cappuccino
มีปริมาณกาแฟและนมอัตราส่วนเท่า
ๆ กันกับ Flat White หรือน้อยกว่าเล็กน้อย
แต่มี ปริมาณของโฟมหรือฟองนมด้านบนของกาแฟมากกว่ากาแฟประเภทอื่น ๆ
 | | CAPPUCCINO |
👉Macchiato
คำว่า Macchiato เป็นภาษาอิตาเลียนที่แปลว่า "Stain" หรือรอยเปื้อน
ซึ่งมีเรื่องเล่า เกี่ยวกับที่มาของชื่อว่ามาจากนิสัยการดื่มกาแฟของคนอิตาเลียนที่ชอบดื่มกันแต่เอส เพรสโซ
บาริสต้าจึงหยอดฟองนมลงไปเล็กน้อย
เพื่อจะมาร์กแต่ละแก้วให้แตกต่าง กัน ว่าแก้วไหนใช้เมล็ดกาแฟอะไร
ซึ่งฟองนมที่ใส่ลงไปช่วยเพิ่มรสหวานนิด ๆ
เมื่อได้ ลองดื่มกันแล้วติดใจกันจึงกลับมาสั่งซ้ำ Macchhiato จึงมีติดเมนูกันให้เห็นมาเรื่อย ๆ
ซึ่งบางทีอาจเรียกว่า Caffè Macchiato หรือ Espresso Macchiato ก็ได้
 | | CAPPUCCINO/LATTE/MACCHIATO |
ประเภทกาแฟแต่ละชนิดที่กล่าวมาข้างต้น
เรียงลำดับจากความเข้มข้นของกาแฟ โดยเริ่มจาก Ristretto, Espresso, Macchiato, Lungo, Americano / Long Black,
Piccolo, Flat White, Cappucino และ Latte ตามลำดับ
6. Affogato
เป็นแก้วที่มักทานกันเหมือนเป็นของหวาน
เพราะใช้กาแฟเอสเพรสโซใส่ไอศกรีมวานิล ลา รสหวาน ๆ ทานให้สดชื่น
 | | AFFOGATO |
7. Mocha
เป็นกาแฟนมที่มีช็อกโกแลตเป็นส่วนประกอบ
อาจใช้เป็นโกโก้ร้อน ช็อคโกแลตซอส
หรือแม้แต่ช็อคโกแลตบาร์ก็แล้วแต่สูตรเฉพาะของแต่ละร้าน
 | | MOCHA |
8. Turkish Coffee
เป็นกาแฟที่มักชงด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า
Ibrik, Briki หรือ Cezve โดย Turkish Coffee ส่วนใหญ่จะมีรสหวานเล็กน้อยและใส่เครื่องเทศอย่างกระวาน
จันทน์เทศ ชินนามอนเป็นต้น
 | | TURKISH COFFEE |
9. Espresso Romano
เป็นกาแฟเอสเพรสโซที่มีใส่เลมอน
อาจใส่แค่เปลือกเลมอนชิ้นเล็ก ๆ หรือเลมอนฝานบาง ๆ หรืออาจใช้เลมอนถูกับขอบปากแก้วเพิ่มรสเฝื่อนนิด
ๆ ของเอสเพรสโซได้รสชาติไปอีกแบบ
 | | ESPRESSO ROMANO |
10. Espresso Con Panna
เป็นกาแฟเอสเพรสโซท็อปด้วยวิปครีมรสเข้มข้น
อาจท็อปวิปครีมนี้บน Cappucino, Latte หรือ Mocha ก็ได้เช่นกัน
 | | ESPRESSO CON PANNA |
รีวิว 10 กาแฟแคปซูล ยี่ห้อไหนดี 2021
|
0 ความคิดเห็น